6 ตุลา อีกไกลเท่าไร ถึงจะใกล้…รุ่งสาง

6 ตุลา คำๆนี้ ที่เหมือนเป็นคำต้องห้ามที่จะพูดถึง คำต้องห้ามที่เหมือนเป็นหลุมดำในประวัติศาสตร์ ที่บุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่ ณ พื้นที่เกิดเหตุในค่ำคืนของวันที่ 5 ตุลาคม 2519 เรื่อยเช้ามาถึงเช้าตรู่ของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 จะล่วงรู้ความจริง ไม่มีแม้แต่ภาพที่จะได้ถ่ายทอดออกมา เนื่องจากสมัยนั้น ไม่มีกล้องติดกับโทรศัพท์มือถือ ไม่มี Social Media ไม่มีอะไรนอกจากสถานีวิทยุยานเกราะ กระจายข่าวด้านเดียวให้ประชาชนในประเทศได้รับฟัง ดังนั้นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ จึงเป็นเหมือนปริศนา ที่ผ่านมา 45 ปีแล้ว ก็ยังไม่สามารถนำความจริงออกมาเปิดเผยให้รับความอย่างถูกต้องแก่คนทั้งประเทศนี้ได้

ตลอด 45 ปี ทัศนคติของคนไทยต่อเหตุการณ์นี้

สำหรับคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และฟังความข้างเดียวจากสื่อประชาสัมพันธ์ทั่วไป ที่ให้ข้อมูลโดยผู้ชนะ ผู้พ่ายแพ้ย่อมไม่มีความดีและเป็นฝ่ายผิด การบุกล้อมปิดประตูทางเข้าออกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง โดยที่ไม่มีผู้ที่สามารถจะเสนอความจริงอีกด้านสามารถเผยแพร่ได้ ย่อมทำให้คนนอก ที่แม้ห่างออกไปแค่อยู่สะพานผ่านฟ้า หรือตลาดบางลำพู ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จะสามารถจินตนาการณ์และวิเคราะห์ได้ว่าใครผิดถูก หรือสมควรหรือไม่ที่นักศึกษาจะอุกอาจกับปฏิบัติการเช่นนั้น

rsz_6_ตุลา_19.jpg

6 ตุลา 19

ผลก็คือ คนอีก 99% ของประเทศเชื่อข่าวประชาสัมพันธ์ด้านเดียวของรัฐบาล ตราหน้ารักศึกษาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ แล้วหัวเราะเยาะกับความสูญเสียของผู้พ่ายแพ้ สมน้ำหน้ากับการที่พวกเขาต้องติดคุกและหนีเข้าป่า ไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศไทยในสมัยนั้น

ประชาชนไม่ผิดที่คิดเช่นนั้น ด้วยการถูกปลูกฝัง และได้รับการศึกษาแบบด้านเดียว เป็นผู้ฟังที่ดี และวัฒนธรรม ไม่เถียงไม่ถามทำตามลูกเดียว มันซึมลึกเข้าไปในระบบความคิดของคนไทยมาเนิ่นนาน ความชาชินยินยอมต่ออำนาจรัฐ มันทำให้คนไทยเลือกที่จะสยบยอม และอยู่ข้างผู้ชนะเสมอมา ประชาชนไม่ผิด และยากมากที่จะมีใกล้กล้าลุกขึ้นมาเพื่อค้นหาความจริง

คนเดือนตุลา ทุกวันนี้

คำว่าคนเดือนตุลา คือการใช้จำกัดความของคนที่อยู่ในเหตุการณ์การประท้วงของนักศึกษาทั้ง 16 ตุลาคม 2514 และ 6 ตุลาคม 2519 พวกเขาได้ผ่านประท้วงเพื่อสิทธิทางการเมือง การปกครองที่ตัวเองต้องการ จนเกิดการนองเลือด การปฏิวัติ ที่เอาจริงๆมันเป็นแค่คลื่นกระเพื่อมที่ไม่อาจทำลายปึกแผ่นใหญ่โครงสร้างของรัฐพันลึกได้

6 ตุลา

45 ปีผ่านไป มันหล่อหลอมพวกเขาให้กลายเป็นตัวเขาในทุกวันนี้ ที่มีความแตกต่าง ไม่เหมือนเดิม บ้างสยบยอมต่ออำนาจรัฐยินดีที่จะอยู่ข้างผู้ชนะ เพื่อความสะดวกสบายและมีตัวตนในสังคม บ้างยังเชื่อในอุดมการณ์ของตัวเองอย่างดำดิ่งจนไม่มองถึงความเปลี่ยนแปลงไปของสังคม มุ่งโจมตีทุนนิยม และยังคงจมดิ่งอยู่กับการเมืองแสนบริสุทธิ์ของตัวเอง บ้างทำการต่อสู้ทางการเมือง ลงเล่นการเมืองเพื่อหวังการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ให้มีความเป็นประชาธิปไตยในความหมายของมันจริง นั่นคือ ชาติคือประชาชน และประชาชนคือคนกำหนดทิศทางของประเทศอย่างแท้จริง บนพื้นฐานความจริงที่ว่า ประชาชนต้องอยู่ดีกินดี เข้มแข็งพอ ที่จะปกป้องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย

การเปลี่ยนแปลงไปของคนเดือนตุลา ทั้ง 3 ประเภทใหญ่นี้ คนที่สยบยอมต่อรัฐพันลึกคือคนที่ได้รับความนับหน้าถือตาอยู่ในวงสังคม คนที่ยังดำดิ่งจมลึกอยู่กับการเมืองในอุดมการณ์ ก็จะได้รับการยอมรับในหมู่คนรุ่นใหม่ว่าเป็น Idol ทางความคิด เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณประชาธิปไตย ซึ่งส่วนใหญ่พวกเขาจะกลายเป็นนักวิชาการ ไม่ได้ลงมือทำงานเพื่อให้ได้การเมืองในฝันอย่างจริงจังอะไร และพวกสุดท้าย พวกเขาถูกตราหน้าว่าเป็นนักการเมืองชั่วช้า มีอาชีพนักการเมือง หากินกับคะแนนเสียงของประชาชน

ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะ รัฐพันลึกยังคงแข็งแรงและแข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครฝ่ายไหนจะทำลายลงได้ พวกเขายังคงใช้วิธี แบ่งแยกและปกครอง ในการบริหารประเทศนี้ แบ่งแยกให้ประเทศมี 2 สีหลักแดงเหลือง เพื่อสร้างความอ่อนแอในอำนาจต่อรองของประชาชน แล้วปกครองประชาชนที่อ่อนแอไร้ความสามัคคีนั้น ได้อย่างชาญฉลาด 

มาถึงวันนี้ 6 ตุลา กับความสำนึกคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ของคนรุ่นใหม่

45 ปีมาแล้ว กับเหตุการณ์แห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นั้น มันนานมาก แต่ด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัยมากขึ้น มันจึงไม่ยากเกินไปนักที่เด้กรุ่นใหม่จะค้นหาข้อมูลอีกด้วย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

มาวันนี้ที่สถานการณ์บ้านเมือง ล่อแหลมในการต่อสู้ ระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยม และพวกหัวก้าวหน้า การรำลึกเหตุการณ์การต่อสู้นี้ จึงเป็นเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม ที่ลงท้ายด้วยความพ่ายแพ้ ของผู้ที่ลุกขึ้นมาสู้ 

จาก 16 ตุลาคม 2514 6 ตุลาคม 2519 17 พฤษภาคม 2535 19 พฤษภาคม 2553 เหล่านี้คือการต่อสู้ของประชาชน เพื่อสิทธิเสรีภาพเพื่อให้ได้มาเพื่อประชาธิปไตย เป็นการต่อสู้ที่ประชาชนล้วนเป็นผู้สูญเสีย 

แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้สูญหายไปตามการเวลา เฉกเช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว และผู้ที่รับรู้อย่างลึกซึ้งกับไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่กลับเป็นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่เกิน 30 ปี พวกเขารับรู้ พวกเขาต้องการความยุติธรรม พวกเขาต้องการ การเปลี่ยนแปลง เพื่อประเทศ เพื่อชาติ และอย่างน้อยที่สุดเพื่อตัวเขาเอง

rsz_ประชาชนพ่ายแพ้เสมอ.jpg

ประชาชนพ่ายแพ้เสมอ

ไม่แปลกใจที่ งานรำลึกวันที่ 6 ตุลาคม ในปีนี้ มันเข้มข้น มันมีความหมาย มาด้วยพลัง เพราะความจริงที่ถูกฝังมานาน มันถูกขุดขึ้นมาแล้ว คนทั่วไปเริ่มรับรู้ความจริงมากขึ้น แต่มันก็ยังมืดมิดอยู่ รุ่งสางยังมาไม่ถึง คนสั่งการยังพ้นผิดลอยนวล แม้ว่ามันจะนานมากจนบางทีคนเหล่านั้นเสียชีวิตไปแล้ว แต่คนรุ่นใหม่ ก็ยังไม่ยอมแพ้ พวกเขาหวังเพียงว่า จะได้เปิดเผยตัวผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้ ต่อสาธารณชนอย่างเปิดเผย…..อีกไกลแค่ไหน จนกว่ามันจะใกล้รุ่งสาง ที่แสงสว่างแงความจริงจะฉายออกมา

ที่มาของภาพทั้งหมด

https://www.google.com/

บทความที่อาจสนใจ เต้นคัฟเวอร์ Lalisa ทีมเต้นไหนก็พลาดไม่ได้

Share this...
Share on Facebook
Facebook
0Email this to someone
email
Tweet about this on Twitter
Twitter

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

แต้ว ณฐพร สุดยอดนางเอกครบเครื่องวงการบันเทิงไทย

แต้ว  ณฐพร เตมีรักษ์    หรือ   ที่เรารู้จักกกันดีในชื่อเล่นน่ารักสมตัวว่า แต้ว  และเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า  ใครต่างก็รู้จักเธอกันดีในนาม  เจ้าแม่นาคี   จากละครเรื่อง   นาคี  

Share this...
Share on Facebook
Facebook
0Email this to someone
email
Tweet about this on Twitter
Twitter