ไฟเซอร์ วัคซีนเพื่อนักเรียน สะท้อนสังคมอะไรบ้าง

ไฟเซอร์ เป็นยังไง ข่าวประชาชาติธุรกิจ รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน Kick Off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม ซึ่งเป็นวันแรกของการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียน อายุระหว่าง 12-18 ปี ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนเข็มแรกพร้อมกัน 15 จังหวัด ใน 13 เขตสุขภาพ

โดยพลเอกประยุทธ์เป็นประธานกล่าวเปิดว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ คือ การเตรียมพร้อมด้านการศึกษาให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ปกครองในการส่งลูกหลานมาเรียน ส่วนของวัคซีนที่ฉีดให้เด็กอายุ 12-18 ปี คือ วัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก

C:\Users\User\Desktop\ไฟเซอร์นักเรียน\รูปที่1 ไฟเซอร์นักเรียน.jpg

ด้าน นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 12-18 ปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และรองรับการเปิดภาคเรียน โดยขณะนี้ทั่วประเทศผู้ปกครองตอบรับยินยอมให้ฉีดวัคซีนแล้ว 80% ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนวัคซีนเข็มที่ 2 จะฉีดเมื่อใด ทางกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้พิจารณา 

ทั้งนี้ภายหลังจากฉีดวัคซีนนักเรียนได้ครอบคลุมแล้วก็จะสามารถเปิดภาคเรียนได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เบื้องต้นใช้รูปแบบสลับกันมาเรียน ระหว่าง onsite และ online ควบคู่กับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อลดจำนวนความแออัด เนื่องจากวัคซีนเป็นเพียงการป้องกันความปลอดภัยให้กับนักเรียน ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ

แหล่งที่มาของข่าว: https://www.prachachat.net/education/news-774563

ทำความรู้จักวัคซีนไฟเซอร์ Pfizer ดีไหม ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร

วัคซีนไฟเซอร์ Pfizer เป็นวัคซีนที่ผลิตด้วยวิธีใหม่ล่าสุดที่เรียกว่าmRNAซึ่งไม่เคยมีการผลิตวัคซีนด้วยวิธีนี้มาก่อน เป็นการจำลองสารพันธุกรรมโมเลกุล คล้ายหนามของเชื้อไวรัส หนามของไวรัสมีหน้าที่จับเซลล์ในร่างกายทำให้ติดเชื้อ mRNA มีไขมันอนุภาคนาโนห่อหุ้มอยู่ เพื่อป้องกันการย่อยสลายจากเอนไซม์ หลังจากฉีดวัคซีน mRNA เข้าไป เซลล์ในร่างกายจะกินไขมันดังกล่าว ทำให้เซลล์ผลิตสารโปรตีนที่คล้ายหนามของไวรัส โปรตีนก็จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อป้องกันไวรัส

วัคซีนไฟเซอร์ Pfizer หรือชื่อทางการว่า BNT162b2 เป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ชนิด mRNA ที่คิดค้นโดยบริษัทไฟเซอร์ Pfizer ร่วมกับบริษัทสัญชาติเยอรมันชื่อไอโบเอ็นเท็ค (BioNTech) ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ เพื่อป้องกันโรคโควิด 19 และ WHO ให้การรับรองเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สำหรับในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ได้มีการอนุมัติเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นวัคซีนไฟเซอร์ Pfizer ให้สามารถใช้ได้ในประเทศไทย เมื่อวัน 24 มิถุนายน 2564

C:\Users\User\Desktop\ไฟเซอร์นักเรียน\รูปที่ 2 ไฟเซอร์นักเรียน.jpg

ประสิทธิภาพวัคซีนไฟเซอร์ สามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ หรือ อัลฟ่า ได้ถึง 89.5%ป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ หรือ เบต้า ได้ถึง 75%หรืองานวิจัยของ หน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษ ก็ชี้ว่า ไฟเซอร์ มีประสิทธิภาพ 88% ในการป้องกันการป่วยแบบมีอาการจากไวรัส เดลต้าหรืออินเดีย

วัคซีนไฟเซอร์ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม อายุผู้ฉีดควร16 ปีขึ้นไป แต่อาจมีผลข้างเคียงหลังฉีดไฟเซอร์ เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อต่อ ท้องเสีย อ่อนเพลีย ปวด บวม มีรอยแดงบริเวณที่ฉีด ชาตามร่างกาย เป็นต้น

รับชมคลิปสาระดีๆจาก

บทสรุป วิเคราะห์ ข่าววันนี้  ได้ข้อสรุปอะไรบ้าง

จากข่าวการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในกลุ่มเด็กนักเรียน พบคำถามที่สำคัญในใจของผู้ปกครองและนักเรียนหลายคน คือ ถ้าต้องเปิดเทอมแล้ว ประเทศไทยพร้อมแค่ไหน ในวันที่นักเรียนประถมและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ยังไม่ได้รับวัคซีนทั่วถึง 

การฉีดวัคซีนสำหรับเด็กนั้น ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ ว่าเด็กที่ติดเชื้อและเสียชีวิต เป็นกลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัว ดังนั้นความกังวลแท้จริง คือ เรื่องการกระจายวัคซีน เพราะหากกำหนดเกณฑ์ไม่ชัด ว่าจะให้กลุ่มไหนก่อน ตอนนี้อาจจะได้แค่เด็กอายุ 12-18 ปี แล้วเด็กที่ต่ำกว่า 12 ปี ที่ไม่ได้ฉีดจะทำอย่างไร รัฐบาลมียาสำหรับเด็กไหม 

เพราะวัคซีน ถูกพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรค ซึ่งถ้ามีการจัดสรร ลำดับการฉีดในปริมาณที่เพียงพอ ทั้งเด็ก ครู พ่อแม่ เป็นสัดส่วนประชากรทั่วประเทศ ถึงจะปลอดภัยระดับหนึ่ง และการันตีได้ว่าฉีดแล้วจะไม่ติด

C:\Users\User\Desktop\ไฟเซอร์นักเรียน\รูปที่ 3 ไฟเซอร์นักเรียน.jpg

ในมุมมองของประชาชนคนหนึ่งมีความเห็นว่า รูปแบบที่เหมาะสมในการฉีดวัคซีนนั้น ควรจะใช้ระบบโรงเรียนมาช่วย เพราะมีข้อมูลแต่ละช่วงวัยของนักเรียน โรงเรียนที่อาจจะมีระบบจัดการข้อมูลไม่พร้อม ก็อาจจะส่งไปเขตพื้นที่ที่ผู้ปกครองสมัครไปกับโรงเรียน เซ็นใบยินยอม และส่งไปให้ฝ่ายเกี่ยวข้องจัดการ ก็จะช่วยทำให้ระบบเร็วขึ้นได้ เพราะการวอล์กอินนั้น พ่อแม่ ก็ยังมีความกังวลมาก และไม่เห็นด้วย

เพราะรูปแบบการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมนั้น ควรทำให้เข้าถึงได้ง่าย อยู่ที่ไหนก็ถึง กระจายข้อมูลชัดเจน อย่างที่ต่างประเทศบริหารจัดการ ถึงจะแก้ปัญหาการติดเชื้อได้เร็วที่สุด ดังนั้นการเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ได้อย่างก้าวกระโดด ประเทศพัฒนาแล้ว เศรษฐกิจขยายตัวได้เร็วกว่าที่คิดไว้ ขณะที่ประเทศที่ยากจน เข้าไม่ถึงวัคซีน เศรษฐกิจจะทรุดลงเรื่อยๆ การมาของวัคซีน จึงมีผลทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง จะช่วยให้การพัฒนาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้มากขึ้นอีกด้วย

แหล่งที่มาของภาพ:

https://www.onbnews.today/post/62814

https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/150075

บทความที่อาจสนใจ 6 ตุลา อีกไกลเท่าไร ถึงจะใกล้…รุ่งสาง

Share this...
Share on Facebook
Facebook
0Email this to someone
email
Tweet about this on Twitter
Twitter

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

แต้ว ณฐพร สุดยอดนางเอกครบเครื่องวงการบันเทิงไทย

แต้ว  ณฐพร เตมีรักษ์    หรือ   ที่เรารู้จักกกันดีในชื่อเล่นน่ารักสมตัวว่า แต้ว  และเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า  ใครต่างก็รู้จักเธอกันดีในนาม  เจ้าแม่นาคี   จากละครเรื่อง   นาคี  

Share this...
Share on Facebook
Facebook
0Email this to someone
email
Tweet about this on Twitter
Twitter