เรียกเงินคืนโครงการรัฐ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์สะท้อนถึงอะไร ?

เรียกเงินคืนโครงการรัฐ  พุ่งอันดับหนึ่งติดเทรนด์ในเว็บทวิตเตอร์เพียงชั่วข้ามคืนเมื่อวันที่ 10   ตุลาคมที่ผ่านมา  ภายหลังพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการต่างโดนเรียกเงินคืนตั้งแต่หลักแสนสูงสุดไปจนถึงหลักล้าน  ซึ่งมีทั้งแสดงเอกสารหมายเรียกคืนจากรัฐ  มีสัญลักษณ์เป็นรูปตราครุฑสีแดง บ่งบอกว่าเอกสารนั้นเป็นของทางภาครัฐจริง ๆ 

เรียกเงินคืนโครงการรัฐ  3

ทำให้ชาวโซเชียลที่เป็นคนรุ่นใหม่ต่างมองว่า  การกระทำครั้งนี้ ไม่เป็นธรรมกับทางเจ้าของกิจการที่โดนเรียกเงินคืนเสียเท่าไหร่  ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์การกระทำครั้งนี้ของรัฐบาลว่า  ควรไปแก้ที่ระบบ  ไม่ควรใช้วิธีนี้กับเจ้าของกิจการรายเล็กรายน้อยด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า  เจ้าของกิจการเหล่านั้นทำผิดกฎของโครงการ  หลายรายรับแลกเป็นเงินสด  และอีกหลายคนทำการค้าออนไลน์ข้ามจังหวัด เป็นต้น  ซึ่งเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิด

ซึ่งทางเว็บ  en-favor-de-la-familia  ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเอาไว้แล้วให้กับที่ผู้สนใจติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางด้านเศรษฐกิจดังนี้ค่ะ  เรามาดูผลกระทบต่อตัวเจ้าของกิจการเองว่าส่งผลอย่างไร ?  รวมถึง  มุมมองคนรุ่นใหม่ต่อมาตรการเรียกเงินคืน   เหตุใดถึงไม่เห็นด้วยจนดันกระทู้ติดอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์กันค่ะ

วิเคราะห์ผลกระทบจากการเรียกคืนเงิน  มีผลต่อเจ้าของกิจการอย่างไร ?

เรียกเงินคืนโครงการรัฐ 2

การเรียกคืนเงินย้อนหลังจากเจ้าของกิจการโดยมีรายละเอียดที่ว่า  ได้รวมเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลบวกต้นทุนร้านค้าเอาไว้แล้วนั้น  ดูเหมือนไม่เป็นธรรมกับทางเจ้าของกิจการเสียเท่าไหร่ ?   ในมุมมองของไรเตอร์  การที่รัฐจะมารวมต้นทุนร้านค้าด้วยนั้นดูไม่แฟร์ค่ะ  ทั้งนี้เพราะ  ต้นทุนในร้านค้า  เป็นค่าใช้จ่ายที่ทางร้านชำระสะสมมานานก่อนเริ่มโครงการด้วยซ้ำ 

ต้นทุนดังกล่าวที่ว่า   ได้แก่  ค่าน้ำ  ค่าไฟ  ค่าสต็อกของ  ค่าแคชเชียร์  และอื่น ๆ  ซึ่งทางภาครัฐไม่ได้ชี้แจงในส่วนนี้ว่า ต้นทุนร้านค้าดังกล่าวมีอะไรบ้าง และเมื่อนำมารวมกับเงินเยียวยาจากทางรัฐบาลนั่นเท่ากับว่า  เงินที่จะต้องนำไปชำระคืนนั้นจะมียอดชำระสูงจนเกินไป 

จากการติดตามข่าว  เจ้าของกิจการบางรายมียอดชำระคืนถึง  17  ล้านบาท  เรียกได้ว่า  เมื่อชำระเงินคืนไปแล้ว  ด้วยสภาพเศรษฐกิจขาลงอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากโรคระบาดตามที่เป็นข่าวส่งผลทำให้ร้านค้ารวมถึงบริษัทปิดตัวไปแล้วมากมายหลายแห่ง  เชื่อได้เลยว่า  ผู้ประกอบการทั้งหลายแทบสิ้นเนื้อประดาตัวไปเลยก็มีค่ะ 

อีกทั้งยังมีการกำหนดชำระเงินคืนทั้งหมดภายในวันที่ 30  ตุลาคม  แม้จะกระทำผิดจริง แต่ผู้ประกอบการบางรายที่มียอดชำระต้องคืนสูงกว่ารายอื่นจะมีเวลาไปหาเงินมาคืนทันหรือ  ?  แม้ว่าจะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่  15  ตุลาคมก็ตามค่ะ   โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ดูเหมือนโดนเรียกคืนเยอะที่สุด 

ซึ่งในมุมมองส่วนตัว  ร้านค้าออนไลน์ที่ว่าก็คือร้านค้าธรรดาทั่ว ๆ  ไปค่ะ แต่มีความจำเป็นต้องเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเพื่อความอยู่รอด  ดังนั้น  การซื้อมาขายไปย่อมเกิดขึ้นข้ามจังหวัดนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ  ถ้าไม่ทำสิ  รอลูกค้า walk in  ในช่วงโรคระบาดที่มีแต่คนสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์   เจ้าของร้านบางรายอาจจะเจ๊งหรือปิดกิจการไปเลยค่ะ  ดังนั้น  ดูเหมือนจะไม่เป็นธรรมเสียเท่าไหร่ในยุคโรคระบาดค่ะ

เรียกเงินคืนโครงการรัฐ เหตุใดทวิตเตอร์ที่เป็นพื้นที่คนรุ่นใหม่ ช่วยดันเรื่องนี้  สะท้อนถีงอะไร ?

เรียกเงินคืนโครงการรัฐ 1

การเกิดขึ้นของสื่อต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็น  Facebook  หรือ  Twitter  ก็ดี  นับว่าเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงอันดับต้น  ๆ  ในการดันปัญหาที่ผู้คนในสังคมกำลังประสพพบเจอให้ปรากฎอยู่บนสื่อ  ทำให้คนที่ไม่เคยรู้ถึงปัญหาของคนอื่น ได้รู้ว่า  คนพวกนั้นกำลังเจอปัญหาอะไรบ้าง ?  และเราที่เป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ  จะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร ? 

ที่ผ่านมา  คนในสังคมกลุ่มเล็ก ๆ  บางกลุ่มที่ถูกสังคมรวมถึงภาครัฐทอดทิ้ง  หลายรายมีตัวตนในสังคมขึ้นมาได้อีกทั้งยังได้รับการแก้ไขปัญหาจากการดันกระทู้ปัญหานั้น ๆ  ติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์จากเซียนโซเชียล 

ถ้าจะถามว่า  ในกรณีโครงการเรียกเงินคืน เหตุใดชุมชนทวิตเตอร์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ถึงช่วยดันกระทู้จนติดอันดับ   ถ้าจะให้วิเคราะห์ก็มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน  พวกเขาเหล่านั้นอาจะเป็นผู้ประกอบการที่โดนผลกระทบ 

ต้องเข้าใจว่า  เทรนด์คนรุ่นใหม่หันมาทำกิจการส่วนตัวนั้นมีค่อนข้างมาก  ในขณะที่บริษัทต่างพากันปิดกิจการจนเกิดการเลิกจ้าง  เมื่อชุมชนทวิตเตอร์ที่เป็นผู้ค้ารายใหม่เจอผลกระทบจากโครงการนี้และมีความสามารถในการดันกระทู้  ดังนั้นกระทู้นี้ถึงติดอันดับอย่างรวดเร็ว 

ประการถัดมา ในปัจจุบัน  ไม่มีคนไหนที่ไม่มีบัญชีเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์  พอมีกระแสอะไรขึ้นมา  เป็นเรื่องปกติที่จะขอมีส่วนร่วมวิพากษ์วิจารณ์ปัญหานั้น ๆ 

และประการสุดท้าย หลายคนในทวิตเตอร์มีความคิดที่จะทำเพื่อส่วนรวม  มีจิตสาธารณะ ต้องการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา   การดันกระทู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับผู้ประสบปัญหาสะท้อนถึงความไ่ม่เท่าเทียมกัน  เลือกปฎิบัติจากผู้มีอำนาจอีกด้วยค่ะ  ชุมชนชาวทวิตเตอร์ถึงมีความจำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยทำให้สังคมมีความเท่าเทียมกันและยุติธรรมมากขึ้นค่ะ

เรียกเงินคืนโครงการรัฐ  ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ อีกต่อไป  ทางภาครัฐไม่ควรละเลยและเลือกปฏิบัตินะคะ  โดยเฉพาะในช่วงที่โรคระบาดกำลังระบาด  ความขาดแคลนย่อมมีจนถึงที่สุด  เพื่อให้ทุกปัญหาคลี่คลายและลงเอยด้วยดีไม่ติดอันดับเทรนด์บนทวิตเตอร์  ควรมีการชี้แจงและแก้ปัญหาอย่างรอบคอบค่ะ

เครดิตภาพ

https://hilight.kapook.com/view/217323

วิเคราะห์ข่าวที่อาจสนใจ จันจิ จันจิรา ยันความรักกับมาริโอ้ยังหวานดี

Share this...
Share on Facebook
Facebook
0Email this to someone
email
Tweet about this on Twitter
Twitter

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

แต้ว ณฐพร สุดยอดนางเอกครบเครื่องวงการบันเทิงไทย

แต้ว  ณฐพร เตมีรักษ์    หรือ   ที่เรารู้จักกกันดีในชื่อเล่นน่ารักสมตัวว่า แต้ว  และเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า  ใครต่างก็รู้จักเธอกันดีในนาม  เจ้าแม่นาคี   จากละครเรื่อง   นาคี  

Share this...
Share on Facebook
Facebook
0Email this to someone
email
Tweet about this on Twitter
Twitter